ทำความรู้จัก “โรคเบาหวาน” ทำไมอาการเริ่มที่ขาก่อน ?

July 22 / 2026

โรคเบาหวาน

 

 

     เมื่อพูดถึง “โรคเบาหวาน” เรามักจะนึกถึง “ขา” ก่อนเป็นอันดับต้น ๆ เคยสงสัยไหมว่า ทำไมเป็นโรคเบาหวานถึงต้องลงที่ขาก่อน ซึ่งหนึ่งในอาการเริ่มต้นที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยเบาหวาน คือ ความผิดปกติบริเวณ "ปลายเท้า" เช่น อาการชาหรือปวดแสบ อาการแผลหายช้า หรือการติดเชื้อที่เท้า ซึ่งอาจลุกลามจนต้องสูญเสียอวัยวะในกรณีที่รุนแรง

 

รู้จักกับ “โรคเบาหวาน” ให้ดีเสียก่อน

     โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus) เป็นโรคที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติอย่างเรื้อรัง สาเหตุหลักเกิดจาก “ตับอ่อนทำงานผิดปกติ” ไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เพียงพอ หรือร่างกายเกิด “ภาวะดื้อต่ออินซูลิน” ทำให้อินซูลินที่มีอยู่ไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่

 

ชนิดของโรคเบาหวาน

แบ่งออกเป็น 4 ชนิด ได้แก่

 

  • เบาหวานชนิดที่ 1 (Type 1 Diabetes): มักพบในเด็กหรือวัยรุ่น เกิดจากการที่ตับอ่อนไม่สามารถสร้างอินซูลินได้เลย ผู้ป่วยต้องพึ่งพาการฉีดอินซูลินเป็นประจำตลอดชีวิต
  • เบาหวานชนิดที่ 2 (Type 2 Diabetes): พบได้บ่อยที่สุด มักเกิดในผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุ และมีความเกี่ยวข้องกับกรรมพันธุ์ ร่างกายสร้างอินซูลินได้แต่เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ทำให้ควบคุมน้ำตาลได้ยาก ในระยะแรกสามารถใช้ยารับประทานได้ แต่หากควบคุมไม่ดี อาจต้องใช้ยาฉีด
  • เบาหวานขณะตั้งครรภ์ (Gestational Diabetes): พบในหญิงตั้งครรภ์บางราย โดยปกติอาการจะหายไปหลังคลอด แต่มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ในอนาคต
  • เบาหวานที่มีสาเหตุจำเพาะ (Specific Types of Diabetes): เช่น เบาหวานที่เกิดจากโรคของตับอ่อน เช่น ตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง หรือการใช้ยาบางชนิด เช่น ยาสเตียรอยด์

 

 

โรคเบาหวาน

 

 

เบาหวาน ไม่ได้เริ่มที่ขาอย่างที่หลายคนสงสัย

     หลายคนมักเข้าใจว่า โรคเบาหวานเริ่มต้นที่ “ขา” เพราะผู้ป่วยจำนวนมากมาพบแพทย์ด้วยปัญหาแผลที่เท้าหายยาก เท้าชา หรือปวดขาเรื้อรัง จนคิดว่านั่นคืออาการเริ่มต้นของโรค ความจริงแล้ว โรคเบาหวานมักเริ่มจากอาการอื่นก่อน แต่อาการเหล่านี้มักไม่รุนแรงในช่วงแรก และหลายคนอาจมองข้ามไป เพราะไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องกับเบาหวาน เช่น ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำ น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ อ่อนเพลียง่าย ตาพร่า มองเห็นไม่ชัด

 

เพราะ “ขา” เป็นส่วนที่เห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนที่สุด

     แม้อาการแผลที่ขาจะเห็นชัด แต่จริง ๆ แล้ว “เบาหวาน” ไม่ได้เริ่มที่ขา ซึ่งก่อนจะเกิดแผลเรื้อรัง มักจะมีอาการอื่นนำมาก่อนสักระยะหนึ่งแล้ว เช่น อาการ ชา เจ็บ หรือแสบปลายเท้าโดยไม่ทราบสาเหตุ และคนส่วนใหญ่ละเลยจนกลายเป็นแผลลุกลาม

 

3 สาเหตุอาการชาที่เท้า

1.  เส้นประสาทส่วนปลายถูกทำลาย

     เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงนาน ๆ จะทำลายเส้นประสาท โดยเฉพาะเส้นประสาทที่ไกลจากหัวใจที่สุด ซึ่งก็คือ "เท้า" ทำให้รู้สึกชา เจ็บ หรือแสบปลายเท้าโดยไม่ทราบสาเหตุ

 

2.  ระบบไหลเวียนเลือดไม่ดี

     ผู้ป่วยเบาหวานมักมีภาวะหลอดเลือดตีบ ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงส่วนปลายได้น้อย โดยเฉพาะ “เท้า” จึงทำให้เกิดแผลแล้วหายช้า บางครั้งติดเชื้อจนต้องตัดขา

 

3. แผลที่เท้าไม่รู้ตัว

     เพราะอาการชาทำให้ไม่รู้ว่าเท้ามีแผลหรือบาดเจ็บ จึงไม่ได้รักษาแต่เนิ่น ๆ จนกลายเป็นแผลเรื้อรัง

 

 

โรคเบาหวานส่งผลกระทบต่อระบบไหลเวียนเลือดและเส้นประสาท โดยเริ่มจากระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเกินไป เมื่อควบคุมไม่ดีจะส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น แผลเรื้อรังที่เท้า ซึ่งเกิดจากการทำลายเส้นประสาทและการไหลเวียนเลือดที่ไม่ดี โดยเฉพาะที่เท้า แผลหายช้าและอาจติดเชื้อ การดูแลสุขภาพและการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดตั้งแต่ต้นจึงสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้

 

 

 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
 แผนกอายุรกรรม ชั้น 1
Email:
information@ram2-hosp.com
Line Official: @ram2
โทร: 02-032-3888, 095-771-9739

 


แพ็กเกจที่แนะนำ

 

 

 


 

 

ปรึกษาปัญหาสุขภาพ

ดูเส้นทางมาโรงพยาบาลรามคำแหง 2