
โรคตาแห้ง (Dry eye) นับเป็นโรคของผิวหน้าดวงตาที่พบบ่อยเป็นลำดับต้น ๆ ของปัญหาสุขภาพดวงตา โดยเกิดได้จากหลายปัจจัยร่วมกัน ลักษณะสำคัญของโรคตาแห้งคือการเสียสมดุลของน้ำตา ได้แก่ การสร้างน้ำตาลดลง การระเหยของน้ำตาที่มากผิดปกติ และอาการทางตา เช่น อาการเคืองตา ไม่สบายตา การมองเห็นที่ผิดแปลกไป
ชนิดของโรคตาแห้ง
จักษุแพทย์จำแนกโรคออกเป็น 2 ชนิดตามสาเหตุ
1. การสร้างน้ำตาลดลง
กลุ่มโรคที่ส่งผลให้สร้างน้ำตาได้น้อยลง ได้แก่
- กลุ่มโรคโชเกรน (Sjogren syndrome dry eye)
- โรคตาแห้งในผู้สูงอายุ
- ต่อมน้ำตาถูกทำลายจากสาเหตุต่าง ๆ
- ต่อมน้ำตาอักเสบเรื้อรัง
- เยื่อบุตาอักเสบแบบมีพังผืด เช่น กลุ่มอาการสตีเวน-จอห์นสัน โรค Toxic epidermal necrolysis ริดสีดวงตา สารเคมีเข้าตา
- ความผิดปกติของระบบประสาทส่งผลต่อการกระตุ้นการสร้างน้ำตาลดลง ซึ่งหนึ่งในสาเหตุนี้ที่สำคัญคือ "การใส่คอนแทคเลนส์"
แพทย์จะรักษาตามอาการของผู้ป่วย การฉายรังสีบริเวณใบหน้าและลำคอเป็นวิธีหนึ่งที่ใช้รักษา
2. การระเหยของน้ำตามากผิดปกติ
สิ่งที่ทำให้น้ำตาระเหยมากผิดปรกติ ได้แก่
- ความผิดปกติของเปลือกตา: โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อมไขมันเปลือกตา (Meibomian gland)
- โรคตาแห้งที่สัมพันธ์กับโรคของผิวหน้าลูกตา: เช่น โรคภูมิแพ้ที่ตา การหยอดยาหยอดตาที่มีสารกันเสียผสมเป็นระยะเวลานานและปริมาณมากเกินคำแนะนำ การขาดวิตามินเอ
- ความไม่เสถียรของน้ำตา: พบมากขึ้นในปัจจุบันจากพฤติกรรมการใช้เครื่องมือดิจิตอลเป็นเวลานานอยู่บ่อยครั้ง และการทำงานในออฟฟิศ ล้วนก่อเกิดโรคตาแห้งได้เหมือนกัน

ปัจจัยเสี่ยงของโรคตาแห้ง
จากชนิดของโรคตาแห้ง สรุปคร่าวได้ดังนี้
- ปัจจัยที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้: อายุ โรคภูมิต้านทานต่อตัวเอง (autoimmune disease) ต่อมมันโบเมียนทำงานผิดปกติ
- ปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงได้: การใช้สายตามองเครื่องมือดิจิตอล การใส่คอนแทคเลนส์ มลพิษทางอากาศ ความชื้นในอากาศต่ำโดยเฉพาะการทำงานในอาคาร (sick building syndrome) การทานยาต่าง ๆ เช่น ยาแก้ภูมิแพ้กลุ่มต้านฮิสตามีน ยารักษาโรคซึมเศร้า ยาคลายเครียด และ isotretinoin การได้รับโบทูลินั่มท๊อกซินบริเวณใบหน้า
อาการของโรคตาแห้ง
- การมองเห็นแย่ลง
- ไม่สบายตา ระคายเคืองตา คล้ายมีสิ่งแปลกปลอมในตา แสบตา กระพริบตาบ่อย เยื่อบุตาขาวแดง
- น้ำตาไหล อาจมีอาการมากขึ้นเมื่อสัมผัสแสงแดดหรือลม
- คุณภาพการนอนลดลง
- ปวดกระบอกตา หรือปวดศีรษะ
- เปลือกตากระตุก
ภาวะแทรกซ้อนจากโรคตาแห้ง
ผลกระทบที่สำคัญคือ กระจกตาถลอก ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงอื่นตามมาได้ เช่น การติดเชื้อที่กระจกตา แผลเป็นที่กระจกตา เนื้อเยื่อกระจกตาเปื่อย กระจกตาทะลุ เป็นต้น

การรักษาโรคตาแห้ง
การรักษาโรคตาแห้งมีจุดประสงค์หลักคือแก้ปัญหาปริมาณน้ำตาที่ลดลง ลดการอักเสบและลดความผิดปรกติของเปลือกตา
- การใช้น้ำตาเทียม (Artificial tear) - รูปแบบต่าง ๆ เช่น ของเหลว และเจล เป็นต้น
- การอุดรูท่อน้ำตา (Punctual plug)
- การใช้ยาหยอดตาประเภทอื่น ๆ กรณีมีการอักเสบของผิวหน้าดวงตา เช่น ยาสเตียรอยด์ ยากระตุ้นการสร้างน้ำตา ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ซึ่งยาเหล่านี้ควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
- การประคบอุ่นที่เปลือกตา และทำความสะอาดเปลือกตา กรณีที่มีการทำงานของต่อมไขมันเปลือกตาผิดปกติ
- ปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมที่เป็นปัจจัยเสี่ยง
- Dietary supplement - กรดไขมันชนิด omega-3 และ omega-6, วิตามิน A
ชนิดของน้ำตาเทียม
- น้ำตาเทียมที่มีสารกันเสีย: - เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการเล็กน้อยและมีความรุนแรงของโรคเบื้องต้น ควรหยอดน้ำตาเทียม 3-4 ครั้ง/วัน หรือ กรณีใช้หยอดตาเพื่อลดอาการภูมิแพ้ขึ้นตา ช่วยชะล้างสารก่อภูมิแพ้ในตา
- น้ำตาเทียมชนิดปราศจากสารกันเสีย: - เหมาะสำหรับผู้ที่มีความรุนแรงของโรคมาก จำเป็นต้องใช้น้ำตาเทียมมากกว่า 4 ครั้ง/วัน หรือต้องใช้ยาหยอดตาที่มีสารกันเสียอย่างอื่นร่วมกับน้ำตาเทียม รวมกันมากกว่า 4 ครั้ง เพื่อลดความเสี่ยงที่จะได้รับผลข้างเคียงจากสารกันเสีย
ข้อควรระวังในการใช้ยาหยอดตา
ไม่ควรใช้ยาหยอดตาประเภทอื่น เช่น ยาฆ่าเชื้อ ยาแก้แพ้ รักษาอาการตาแห้ง เนื่องจากสารประกอบในยาต่างๆ มีคุณสมบัติต่างกันไป ขึ้นกับวัตถุประสงค์ของยาหยอดตานั้น ๆ ดังนั้น ควรใช้ยาให้ถูกวัตถุประสงค์และตรงตามอาการ ตามแพทย์ที่วินิจฉัยและให้การรักษา
อ้างอิงจาก
- เกวลิน เลขานนท์. (2561). โรคตาแห้ง. กรุงเทพฯ: โครงการตำรารามาธิบดี คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล, 2561.
- Craig JP, Nichols KK, Akpek EK, Caffery B, Dua HS, Joo CK, et al. TFOS DEW II Definition and Classification Report. Ocul Surf 2017;15:276-83
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
แผนกจักษุ ชั้น 1
Email: information@ram2-hosp.com
Line Official: @ram2
โทร: 02-032-3888