Messenger

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว (PRIVACY NOTICE)
โรงพยาบาลรามคำแหง 2

โรงพยาบาลรามคำแหง 2 ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและดำรงไว้ซึ่งมาตรฐานในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสมและเป็นไปตามมาตรฐานสากล จึงได้จัดทำและเผยแพร่นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) ฉบับนี้ให้บุคคล นิติบุคคล ที่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลได้รับทราบ โรงพยาบาลในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ Personal Data Protection Act) มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
โรงพยาบาล มีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ของเจ้าของข้อมูล ทั้งทางตรงและทางอ้อมจากข้อมูลที่เจ้าของข้อมูล หรือตัวแทนของเจ้าของข้อมูล ให้ไว้กับโรงพยาบาล หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเจ้าของข้อมูล หรือหน่วยงานภายในของโรงพยาบาล หรือหน่วยงานอื่นๆ การให้บริการทางโทรศัพท์ รวมถึงเว็บไซต์ การดาวน์โหลด อัพโหลดข้อมูลจากเว็บไซต์ของโรงพยาบาล ในรูปแบบของเอกสาร ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว สื่อดิจิทัลและสื่ออิเล็กทรอนิกส์ทุกรูปแบบ โดยกำหนดนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไว้ดังนี้
1. นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 หากมีระเบียบปฏิบัติใดที่ขัดหรือแย้งกับนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ ให้ใช้นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้แทน
2. ในกรณีที่การดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวกับนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ประกาศนี้ไม่ได้กำหนดไว้ ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
3. การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของโรงพยาบาล จะต้องสอดคล้องกับหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังนี้
3.1 ชอบด้วยกฎหมาย มีความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้
3.2 ภายใต้ขอบเขตและวัตถุประสงค์ของการรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลนั้น
3.3 ต้องกระทำอย่างเพียงพอ เกี่ยวข้อง และเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ของการรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
3.4 ต้องกระทำอย่างถูกต้องและดำเนินการให้ข้อมูลเป็นปัจจุบันในกรณีที่จำเป็น
3.5 ต้องกระทำในระยะเวลาเท่าที่จำเป็น
3.6 ต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลที่เหมาะสม
4. การเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่โรงพยาบาลเก็บ ใช้ รวบรวม เปิดเผย จะต้องเป็นไปเพื่อการดำเนินงานโดยอาศัยฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของโรงพยาบาล
5. ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว เป็นข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคลซึ่งเป็นความลับส่วนบุคคล จะนำไปเปิดเผยในประการที่จะทำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเสียหายไม่ได้ เว้นแต่การเปิดเผยนั้นเป็นไปตามความประสงค์ของบุคคลนั้นโดยตรง หรือมีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้เปิดเผยได้
6. การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในการดำเนินการของโรงพยาบาล จะต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้ก่อนหรือขณะเก็บรวบรวมข้อมูล เว้นแต่จะได้แจ้งวัตถุประสงค์ใหม่ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อนเก็บรวบรวม ใช้ หรือตามที่บทบัญญัติแห่งกฎหมายให้กระทำได้
7. โรงพยาบาลจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็น ตามระยะเวลาการเก็บรักษาที่จำเป็นและเหมาะสมกับข้อมูลนั้นๆ ภายใต้วัตถุประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมาย ตราบเท่าวัตถุประสงค์ของการนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ยังคงอยู่
8. ในกรณีที่โรงพยาบาลจำเป็นต้องขอความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล การขอความยินยอมต้องทำโดยเปิดเผยและแจ้งชัด เจ้าของข้อมูลจะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้
9. โรงพยาบาลจะจัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer : DPO) เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด และต้องสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
10. เพื่อเป็นการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โรงพยาบาลจะจัดให้มีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง ทำลาย ใช้ แปลง แก้ไขหรือเปิดเผยข้อมูลโดยมิชอบ และจะทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อเป็นไปตามระเบียบของโรงพยาบาลเรื่องมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
11. โรงพยาบาลไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ แพทย์ บุคลากร หรือบุคคลหนึ่งบุคคลใดนำข้อมูลส่วนบุคคลไปเปิดเผยในทางที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเจ้าของข้อมูลทั้งทางตรงและทางอ้อม หากเกิดความเสียหาย ผู้ที่นำข้อมูลไปเปิดเผยต้องรับผิดชอบตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
12. ในกรณีที่มีเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าหน้าที่ แพทย์ บุคลากรในโรงพยาบาลต้องแจ้งเหตุละเมิดให้โรงพยาบาลและเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) ทราบภายใน 24 ชม.
13. ทั้งนี้ความยินยอมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ให้ไว้กับโรงพยาบาลรามคำแหง 2 ในการเก็บ ใช้ รวบรวม เปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคล ยังคงใช้ได้จนกว่าเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะเพิกถอนความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร โดยเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถเพิกถอนความยินยอม หรือแก้ไข หรือระงับการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อวัตถุประสงค์ในการดำเนินกิจกรรมใดๆ โดยส่งคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแจ้งให้โรงพยาบาลทราบเป็นลายลักษณ์อักษรหรือผ่านทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ PDPA@ram2-hosp.com
นอกจากนี้ภายใต้ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิร้องขอตามกฎหมายดังต่อไปนี้
1) สิทธิได้รับแจ้งให้ทราบ
2) สิทธิในการขอให้แก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือเพิ่มเติมข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์
3) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ให้ความยินยอมไว้กับโรงพยาบาลตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่กับโรงพยาบาล
4) สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลด้วยเหตุบางประการได้
5) สิทธิเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล และขอให้โรงพยาบาลทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว รวมถึงขอให้โรงพยาบาลเปิดเผยการได้มาถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอมต่อโรงพยาบาลได้
6) สิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ให้ไว้กับโรงพยาบาลไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น หรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเองด้วยเหตุบางประการ
7) สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลด้วยเหตุบางประการได้
8) สิทธิในการขอให้โรงพยาบาลทำการลบข้อมูลด้วยเหตุบางประการได้ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมาย
9) สิทธิในการร้องเรียน ในกรณีมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือประกาศที่ออกตามกฎหมายดังกล่าว
การร้องขอตามรายการข้างต้น ต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรโดยโรงพยาบาลจะแจ้งผลการพิจารณาตามคำร้องให้ทราบ ภายใน 30 วัน เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามการเพิกถอนความยินยอม อาจส่งผลให้ข้อมูลไม่เพียงพอต่อการประมวลผลให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ได้แจ้งไว้ และอาจไม่ได้รับความสะดวกในการรับบริการ แต่จะไม่กระทบสิทธิใดๆ ที่ได้กระทำไปแล้วตามวัตถุประสงค์
14. กรณีหากท่านเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีข้อสงสัยเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ หรือประสงค์ที่จะใช้สิทธิเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านสามารถติดต่อสอบถามได้ที่เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer : DPO)
ที่อยู่ : โรงพยาบาลรามคำแหง 2 เลขที่ 222 ถ.รามคำแหง แขวงราษฎร์พัฒนา เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร 10240
เบอร์โทรศัพท์ : 0-2032-3888
อีเมล : PDPA@ram2-hosp.com
เว็บไซต์ : www.ram2hospital.com

ประกาศ ณ วันที่ 21 มีนาคม 2566
โรงพยาบาลรามคำแหง 2
*อ้างอิงจาก พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

นโยบาย CCTV Privacy Notice
โรงพยาบาลรามคำแหง 2

1. วัตถุประสงค์
เราดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้
1.1 เพื่อการปกป้องสุขภาพและความปลอดภัยส่วนตัวของท่าน ซึ่งรวมไปถึงทรัพย์สินของท่าน
1.2 เพื่อการปกป้องอาคาร สิ่งอำนวยความสะดวกและทรัพย์สินของเราจากความเสียหาย การขัดขวาง การทำลายซึ่งทรัพย์สินหรืออาชญากรรมอื่น
1.3 เพื่อสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อการยับยั้ง ป้องกัน สืบค้น และ ดำเนินคดีทางกฎหมาย
1.4 เพื่อการให้ความช่วยเหลือในกระบวนการระงับข้อพิพาทซึ่งเกิดขึ้นในระหว่างที่มีกระบวนการทางวินัยหรือกระบวนการร้องทุกข์
1.5 เพื่อการให้ความช่วยเหลือในกระบวนการสอบสวน หรือ กระบวนการเกี่ยวกับการส่งเรื่องร้องเรียน
1.6 เพื่อการให้ความช่วยเหลือในกระบวนการริเริ่มหรือป้องกันการฟ้องร้องทางแพ่ง ซึ่งรวมไปถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการดำเนินการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงาน
2. นโยบาย
ประกาศความเป็นส่วนตัวในการใช้กล้องวงจรปิด (“ประกาศ”) ฉบับนี้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผย ซึ่งข้อมูลที่สามารถทำให้สามารถระบุตัวท่านฐานกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เราดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ฐานกฎหมายดังต่อไปนี้
2.1 ความจำเป็นในการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของท่านหรือบุคคลอื่น
2.2 ความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของเราหรือบุคคลอื่นโดยประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
2.3 ความจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งควบคุมดูแลเกี่ยวกับความปลอดภัยของสภาพแวดล้อมในสถานที่ทำงาน และทรัพย์สินของโรงพยาบาล
3. ขอบเขต
โรงพยาบาลดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลผ่านการใช้งานอุปกรณ์กล้องวงจรปิด ภายในและรอบบริเวณโรงพยาบาลรามคำแหง 2
4. คำจำกัดความ
4.1 “แผนกรักษาความปลอดภัย” หรือ “เรา” คือ แผนกรักษาความปลอดภัย ฝ่ายสนับสนุนงานบริการ โรงพยาบาล
4.2 “พื้นที่” คือ พื้นที่ภายในและรอบบริเวณโรงพยาบาล
4.3 “ท่าน” คือ เจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงาน ลูกค้า ลูกจ้าง ผู้รับเหมา ผู้มาติดต่อ หรือ บุคคลใดๆ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกรวมกันว่า ที่เข้ามายังพื้นที่ โดยผ่านการใช้งานอุปกรณ์กล้องวงจรปิด
4.4 “ข้อมูลส่วนบุคคล” คือ ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผย ซึ่งข้อมูลที่สามารถทำให้สามารถระบุตัวท่านได้
5. ผู้รับผิดชอบ
แผนกรักษาความปลอดภัย ฝ่ายสนับสนุนงานบริการ และแผนกเทคโนโลยีสารสนเทศของโรงพยาบาล
6. ขั้นตอนการปฏิบัติ
6.1 ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวมและใช้
ตามที่ได้แจ้งในวัตถุประสงค์เราทำการติดตั้งกล้องวงจรปิดในตำแหน่งที่มองเห็นได้ โดยจะจัดวาง ป้ายเตือนว่ามีการใช้งานกล้องวงจรปิด ณ ทางเข้าและทางออก รวมถึงพื้นที่ที่เราเห็นสมควรว่าเป็นจุดที่ต้องมีการเฝ้าระวัง เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเมื่อท่านเข้ามายังพื้นที่ ดังต่อไปนี้
1) ภาพนิ่ง
2) ภาพเคลื่อนไหว
3) เสียง
4) ภาพทรัพย์สินของท่าน เช่น พาหนะ กระเป๋า หมวก เครื่องแต่งกาย เป็นต้น
ทั้งนี้ เราจะไม่ทำการติดตั้งกล้องวงจรปิดในพื้นที่ที่อาจล่วงละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของท่านจนเกินสมควร ได้แก่ ห้องพัก ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ หรือสถานที่เพื่อใช้ในการพักผ่อนของผู้ปฏิบัติงาน
6.2 การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
เราจะเก็บรักษาข้อมูลในกล้องวงจรปิดที่เกี่ยวกับท่านไว้เป็นความลับ และจะไม่ทำการเปิดเผย เว้นแต่ กรณีที่เรามีความจำเป็นเพื่อให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในการเฝ้าระวังสังเกตการณ์ตามที่ได้ระบุในประกาศฉบับนี้ เราอาจเปิดเผยข้อมูลในกล้องวงจรปิดแก่ประเภทของบุคคลหรือนิติบุคคล ดังต่อไปนี้
1) หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อช่วยเหลือ สนับสนุนในการบังคับใช้กฎหมาย หรือเพื่อการดำเนินการสืบสวน สอบสวน หรือการดำเนินคดีความต่างๆ
2) ผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลภายนอก เพื่อความจำเป็นในการสร้างความมั่นใจในเรื่องการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพ รวมทั้งทรัพย์สินของท่านหรือบุคคลอื่น
6.3 สิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ของท่าน
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่ในความควบคุมของท่านได้มากขึ้น โดยท่านสามารถใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เมื่อบทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีผลใช้บังคับ ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1) สิทธิในการเข้าถึง รับสำเนาและขอให้เปิดเผยที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่เราเก็บรวบรวมอยู่เว้นแต่กรณีที่เรามีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่านตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือกรณีที่คำขอของท่านจะมีผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
2) สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน เพื่อให้มีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
3) สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีหนึ่งกรณีใดดังต่อไปนี้
(1) เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่เราทำการตรวจสอบตามคำร้องขอของท่านให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง สมบูรณ์และเป็นปัจจุบัน
(2) ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
(3) เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ เราได้แจ้งไว้ใน การเก็บรวบรวม แต่ท่านประสงค์ให้เราเก็บรักษาข้อมูลนั้นต่อไป เพื่อประกอบการใช้สิทธิตามกฎหมายของท่าน
(4) เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่เรากำลังพิสูจน์ให้ท่านเห็นถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือตรวจสอบความจำเป็นในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อประโยชน์สาธารณะ อันเนื่องมาจากการที่ท่านได้ใช้สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
4) สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เว้นแต่กรณีที่เราเหตุในการปฏิเสธคำขอของท่านโดยชอบด้วยกฎหมาย (เช่นเราสามารถแสดงให้เห็นว่าการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายยิ่งกว่า หรือเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องทางกฎหมาย หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะตามภารกิจของเรา)
6.4 ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของการเฝ้าระวังสังเกตโดยการใช้อุปกรณ์กล้องวงจรปิดตามที่ประกาศนี้กำหนด เราจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลในกล้องวงจรปิดที่เกี่ยวข้องกับท่าน เป็นระยะเวลา 1 เดือน นับจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้ทำการตรวจสอบย้อนหลังเรียบร้อยแล้ว หรือตลอดระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายฉบับนี้ ซึ่งอาจจำเป็นต้องเก็บรักษาไว้ต่อไปภายหลังจากนั้นหากมีกฎหมายกำหนดไว้ทั้งนี้ เมื่อพ้นระยะเวลาดังกล่าวเราจะทำการ ลบ ทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไป
6.5 การรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล
เรามีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างเหมาะสม ทั้งในเชิงเทคนิคและการบริหารจัดการ เพื่อป้องกันมิให้ข้อมูลสูญหาย หรือมีการเข้าถึง ลบ ทำลาย ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายและแนวปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security Policy) ของเรา นอกจากนี้ เราได้กำหนดให้มีนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลขึ้นโดยประกาศให้ทราบกันโดยทั่วทั้งองค์กร พร้อมแนวทางปฏิบัติเพื่อให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยธำรงไว้ซึ่งความเป็นความลับ (Confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (Integrity) และสภาพพร้อมใช้งาน (Availability) ของข้อมูลส่วนบุคคล โดยเราได้จัดให้มีการทบทวนนโยบายดังกล่าวรวมถึงประกาศนี้ในระยะเวลาตามที่เหมาะสม
6.6 ความรับผิดชอบของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
เราได้กำหนดให้เจ้าหน้าที่เฉพาะผู้ที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องในการจัดเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของกิจกรรมการประมวลผลนี้เท่านั้นที่จะสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ โดยเราจะดำเนินการให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามประกาศนี้อย่างเคร่งครัด
6.7 การเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว
ในการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงประกาศนี้เราอาจพิจารณาแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามที่เห็นสมควร และจะทำการแจ้งให้ท่านทราบผ่านช่องทาง QR Code ซึ่งติดไว้บริเวณทางเข้าโรงพยาบาล ป้อม รปภ. และโต๊ะประชาสัมพันธ์ โดยมีวันที่ของประกาศฉบับล่าสุดกำกับอยู่ตอนท้ายอย่างไรก็ดี เราขอแนะนำให้ท่านโปรดตรวจสอบเพื่อรับทราบประกาศฉบับใหม่อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะก่อนที่ท่านจะเข้ามาในพื้นที่ของเราการเข้ามาในพื้นที่ของท่าน ถือเป็นการรับทราบตามข้อตกลงในประกาศนี้ ทั้งนี้ โปรดระงับการเข้าพื้นที่ หากท่านไม่เห็นด้วยกับข้อตกลง ในประกาศฉบับนี้ หากท่านยังคงเข้ามาในพื้นที่ต่อไปภายหลังจากที่ประกาศนี้มีการแก้ไขและนำขึ้นประกาศในช่องทางข้างต้นแล้ว จะถือว่าท่านได้รับทราบการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวแล้ว
6.8 การติดต่อสอบถาม
ท่านสามารถติดต่อสอบถามเกี่ยวกับประกาศฉบับได้ที่
1) โรงพยาบาลรามคำแหง 2 เลขที่ 222 ถนนรามคำแหง แขวงราษฎร์พัฒนา เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ 10240 โทรศัพท์ 02-0323888
ตัวอย่าง ป้ายแจ้ง CCTV Notice สำหรับติด ณ บริเวณที่ติดตั้งกล้องวงจรปิด เพื่อแจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าสู่พื้นที่
7. การเฝ้าติดตามและการวัดผลกระบวนการ
ไม่มี
8. เอกสารอ้างอิง
8.1 พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562