
การทำ IUI
IUI หรือเรียกเต็ม ๆ ว่า Intrauterine insemination คือ การรักษาภาวะมีบุตรยาก โดย IUI เป็นอีกเทคโนโลยีหนึ่งที่จะเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ คล้ายๆ กับการตั้งครรภ์โดยธรรมชาติ ด้วยวิธีการฉีดน้ำเชื้ออสุจิเข้าโพรงมดลูกโดยตรง โดยใช้ท่อพลาสติกเล็กๆ สอดผ่านปากมดลูกแล้วฉีดเชื้ออสุจิเข้าไปในช่วงที่มีหรือใกล้กับเวลาที่มีไข่ตกและยังช่วยลดอัตราการตายของตัวอสุจิอีกด้วย โดยให้ตัวอสุจิและไข่เกิดการปฏิสนธิกันเองและเกิดการตั้งครรภ์ขึ้น ซึ่งจะอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์สูตินรีเวชเฉพาะทางด้านการเจริญพันธุ์
นิยามภาวะของการมีบุตรยากเป็นอย่างไร
แพทย์สามารถแบ่งนิยามของการมีบุตรยากเป็น 2 กรณี ได้แก่
1. ในผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 35 ปี
คู่ที่แต่งงานแล้ว มีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ (มากกว่า 2 ครั้งต่อสัปดาห์) โดยตลอดระยะเวลา 1 ปี แต่ไม่ตั้งครรภ์
2. ในผู้ที่มีอายุมากกว่า 35 ปี
แพทย์จะแนะนำให้ทดลองการมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ (มากกว่า 2 ครั้งต่อสัปดาห์) เป็นระยะเวลา 6 เดือน ไม่ต้องรอนานถึง 1 ปี เพื่อตรวจเช็กภาวะมีบุตรยาก เนื่องจากอายุมีผลต่อการมีบุตรยาก
สาเหตุของภาวะการมีบุตรยาก แบ่งเป็น 3 กลุ่ม
1. กลุ่ม 50%
สาเหตุเกิดจากฝ่ายหญิง
- ไข่ตกไม่สม่ำเสมอหรือมีจำนวนไข่น้อยเกินไป
- ท่อนำไข่บวมหรือตีบตัน ทำให้น้ำเชื้ออสุจิไม่สามารถเดินทางไปปฏิสนธิกับไข่ได้
- เนื้องอกในโพรงมดลูก ทำให้ผิวของผนังมดลูกไม่สม่ำเสมออาจทำให้เป็นอุปสรรคในการฝังตัวของไข่ได้
- ปากมดลูกตีบตัน ทำให้น้ำเชื้ออสุจิไม่สามารถเข้ามาทางโพรงมดลูกและเดินทางไปปฏิสนธิกับไข่ได้
2. กลุ่ม 20%
สาเหตุเกิดจากฝ่ายชาย
- น้ำเชื้อไม่มีตัวอสุจิ
- ตัวอสุจิน้อยมากจนเกินไปหรือหน้าตาของตัวอสุจิผิดปกติ
- ความผิดปกติของการแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย
3. กลุ่ม 30%
ไม่มีสาเหตุ

ข้อดีของการทำ IUI
- น้ำเชื้ออสุจิจะผ่านกระบวนการเตรียม เพื่อคัดให้มีแต่ตัวอสุจิที่สามารถว่ายได้
- วันที่ฉีดน้ำเชื้อ คือวันที่คาดว่าจะมีไข่ตก
- อสุจิเข้าโพรงมดลูกโดยตรง (ไม่ต้องผ่านช่องคลอดและปากมดลูก)
ผลข้างเคียงของการทำ IUI
หลังทำ IUI อาจจะมีอาการปวดหน่วงท้องน้อย มีการระคายเคือง หรือเลือดออกทางช่องคลอดเล็กน้อย สามารถรับประทานยาแก้ปวดได้ ซึ่งจะหายได้เองภายใน 2-3 วัน หากอาการไม่ดีขึ้น แนะนำให้มาพบแพทย์ทันที
การเตรียมตัวก่อนทำ IUI
- การเข้ามาพูดคุยและปรึกษาแพทย์สูตินรีเวชเฉพาะทางด้านการเจริญพันธุ์ เพื่อประเมินความพร้อมทางด้านสุขภาพของทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง
- ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ ก่อนเริ่มทำ 2-3 เดือน
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
การตรวจความพร้อมก่อนมีบุตร
1. การตรวจเลือด
เพื่อลดความเสี่ยงในการถ่ายทอดโรคทางพันธุกรรม เช่น
- การตรวจธาลัสซีเมีย (ฝ่ายชาย/ฝ่ายหญิง)
- โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (ฝ่ายชาย/ฝ่ายหญิง)
- กรุ๊ปเลือด (ฝ่ายชาย/ฝ่ายหญิง)
- ภูมิคุ้มกันหัดเยอรมัน (ฝ่ายหญิง) หากยังไม่เคยได้รับวัคซีน จะต้องทำการฉีดวัคซีนหัดเยอรมันก่อนการทำ IUI
2. การตรวจสุขภาพอื่นเพิ่มเติม ๆ
1) การตรวจอัลตราซาวน์มดลูก รังไข่ (ฝ่ายหญิง)
เพื่อตรวจดูปริมาณของไข่หรือตรวจหาสาเหตุทำให้มีบุตรยาก เช่น ตรวจดูเนื้องอกในมดลูก ตรวจดูซีสต์ในมดลูก หากตรวจพบจะต้องทำการรักษาก่อนเริ่มกระบวนการทำ IUI
2) การตรวจคุณภาพของน้ำเชื้ออสุจิ (ฝ่ายชาย)
เพื่อตรวจดูน้ำเชื้ออสุจิต้องมีคุณภาพที่อยู่ในระดับปกติ ถ้าผิดปกติมากหรืออาจตรวจไม่พบน้ำเชื้ออสุจิเลย อาจจะไม่สามารถทำ IUI ได้
ข้อแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจ
- ฝ่ายหญิงควรตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกล่าสุดอย่างน้อย 1 ปี และจดรอบประจำเดือนอย่างน้อย 2 รอบเดือน
- ฝ่ายหญิงรับประทานยา Folic acid ตามแพทย์สั่ง
- ฝ่ายชายงดการมีเพศสัมพันธ์ หรืองดการหลั่งเชื้ออสุจิก่อนเก็บน้ำเชื้อ 2-7 วัน เพื่อจะได้ผลลัพธ์
ขั้นตอนการทำ IUI
- แพทย์จะเริ่มให้ยาสำหรับการกระตุ้นไข่แบบรับประทาน
- ตรวจอัลตร้าซาวด์ทางช่องคลอด 1 ครั้ง และเข้ารับยาสำหรับกระตุ้นให้ไข่ตก เพื่อให้ไข่พร้อมสำหรับการฉีดเชื้อผสมเทีย
- รับเชื้อผสมเทียม และรับยาฮอร์โมนแบบทาน
- ตรวจระดับฮอร์โมนทดสอบการตั้งครรภ์
การปฏิบัติตัวหลังการทำ IUI
- นอนพักประมาณ 10-15 นาที
- มีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติ
- สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ เช่น การออกกำลังกาย
- งดสูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์
- รับประทานยา Folic acid ตามแพทย์สั่ง
- หากมีการปวดท้องน้อยหรือมีเลือดออกเล็กน้อย สามารถทานยาแก้ปวดได้ หากมีไข้ร่วมด้วยแนะนำมาปรึกษาแพทย์
เอกสารจำเป็นที่ใช้ในการทำ IUI
- บัตรประจำตัวประชาชน ทั้งคุณผู้หญิงและคุณผู้ชาย
- ใบจดทะเบียนสมรสที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น

Q&A คำถามที่พบบ่อย
Q : การทำ IUI สามารถเลือกเพศลูกได้หรือไม่
A : ในการทำ IUI จะไม่สามารถทำการเลือกเพศของลูกได้
Q : จำเป็นต้องจดทะเบียนสมรสหรือไม่
A : จำเป็นค่ะ เพราะการทำ IUI ต้องใช้เอกสารใบจดทะเบียนสมรสเพื่อยืนยันตัวตนของทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงและการรับรองบุตรที่ถูกต้องตามกฎหมาย
Q : หากทำหมันแล้วสามารถทำ IUI ได้หรือไม่
A : ไม่สามารถทำ IUI ได้ เนื่องการวิธีนี้จะคล้ายๆ กับการตั้งครรภ์โดยตามธรรมชาติ
Q : หากตัดปีกมดลูกทั้ง 2 ข้าง หรือข้างใดข้าง 1 สามารถทำ IUI ได้หรือไม่
A1 : กรณีหากตัดปีกมดลูกทั้ง 2 ข้างแล้วจะไม่สามารทำ IUI ได้
A2 : กรณีตัดปีกมดลูกข้าง 1 ปีกมดลูกอีกข้างต้องอยู่ในสภาวะที่สมบูรณ์มีโอกาสสามารถทำ IUI ได้
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
แผนกสูติ-นรีเวช ชั้น 1 โรงพยาบาลรามคำแหง 2
Email: information@ram2-hosp.com
Line Official: @ram2
โทร: 02-032-3888
แพ็กเกจที่แนะนำ