ท้องผูกเรื้อรัง โรคพบบ่อยที่อาจกลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่

July 23 / 2026

ท้องผูกเรื้อรัง

 

 

 

     ถ่ายแข็ง ถ่ายไม่ออก ถ่ายไม่สุดหรือปล่อยไว้นานไม่ชับถ่ายอาจเป็นสัญญาณของภาวะท้องผูกเรื้อรัง ซึ่งรักษาได้หากเข้าใจอาการและวิธีป้องกันที่ใช้ได้ง่ายในชีวิตประจำวัน หากป่วยเป็นท้องผูกเรื้อรังต้องกินอะไรหรือใช้ชีวิตอย่างไรจึงเหมาะสม หมอจึงอยากพูดคุยกับผู้อ่านเพื่อรับมือได้ทันหากเกิดอาการดังกล่าว

 

โรคท้องผูกเรื้อรัง

     ท้องผูกเรื้อรัง (Chronic Constipation) คือโรคที่เกิดจากลำไส้บีบหรือเคลื่อนตัวช้าจนไม่สามารถกำจัดของเสียได้ตามเวลา เมื่ออุจจาระตกค้างนานจะแข็งแห้ง ทำให้ขับถ่ายลำบากและอาจลุกลามกลายเป็นโรคแทรกซ้อน

 

สาเหตุของการเกิดท้องผูกเรื้อรัง

ท้องผูกเรื้อรังเกิดได้หลายสาเหตุ ได้แก่

 

  • การรับประทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่มีกากใยน้อย เนื้อสัตว์ นม ของแปรรูปที่มีไขมันและน้ำตาลสูงร่วมกับการดื่มน้ำไม่เพียงพอ
  • พฤติกรรมนั่งติดที่ หรือไม่ออกกำลังกายเป็นเวลานานก็ส่งผลให้ลำไส้ขยับตัวน้อยลง
  • พันธุกรรม มาจากความผิดปรกติทางกรรมพันธุ์ในครอบครัว
  • ยาบางชนิด มีผลข้างเคียงเกิดอาการท้องผูก ไม่ว่าจะเป็นยาลดกรดผสมแคลเซียม ยาแก้ปวด มอร์ฟีน  หรือยาบรรเทาอาการทางประสาท เช่น ยารักษาอาการโรคซึมเศร้า
  • ปัญหาทางระบบประสาท ไม่ว่าจะเป็นการไม่รู้สึกปวดท้องพร้อมขับถ่ายเป็นเวลานาน ภาวะเครียด หวั่นวิตก หรือซึมเศร้า
  • สาเหตุอื่น เช่น สรีระร่างกายที่ผิดรูป ลำไส้เคลื่อน สิ่งแปลกปลอมอุดกั้น
  • การเจ็บป่วยของโรค สืบเนื่องจากโรคเรื้อรังหรือภาวะการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย
    • ภาวะความผิดปรกติของลำไส้ เช่น อุจจาระตกค้างในลำไส้ ลำไส้เฉื่อย ลำไส้อุดตัน ลำไส้แปรปรวน มะเร็งลำไส้ใหญ่
    • ภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล เช่น โรคเบาหวาน สภาวะขณะตั้งครรภ์
    • โรคความผิดปรกติตรงต่อมไร้ท่อ เช่น ไทรอยด์เป็นพิษ

 

ท้องผูกเรื้อรัง

 

สัญญาณเตือนอาการ

เมื่อสัญญาณเตือนเหล่านี้เกิดขึ้นต่อเนื่องอย่างน้อย 2 อาการ ก็อาจกลายสภาพเป็นท้องผูกเรื้อรัง 

 

  • ถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้ง/สัปดาห์
  • อุจจาระแข็งและบางรายอาจมีเลือดปน
  • เจ็บขณะเบ่งถ่าย
  • ใช้เวลาเบ่งถ่ายนานกว่าปรกติ
  • รู้สึกว่าถ่ายไม่หมดแม้ถ่ายอุจจาระไปแล้ว

 

ท้องผูกเรื้อรัง อันตรายมากกว่านั้น

     หากอาการท้องผูกสลับท้องเสีย จุกเสียดแน่นและถ่ายเป็นเลือดไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมจากแพทย์ ก็สามารถกลายสภาพไปสู่โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และภาวะแทรกซ้อนอื่นซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว

 

 

ท้องผูกเรื้อรัง

 

 

อาการแทรกซ้อน

     นอกจากเกิดริดสีดวง ถ่ายเป็นเลือดและแผลปริตามขอบทวารหนัก กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานเกิดหย่อนยาน ซึ่งอาจดึงรั้งเส้นประสาทส่วนกล้ามหูรูดให้กั้นอุจจาระไม่ได้หรืออาจเกิดลำไส้ปริ้นในภายหลัง

 

การวินิจฉัยอาการ

     แพทย์จะเริ่มซักประวัติอาการของผู้ป่วยร่วมตรวจเบื้องต้นเพื่อประเมินโรค เช่น การตรวจทวารหนักเบื้องต้น การตรวจเลือด การส่องกล้องตรวจภายในลำไส้ (Colonoscopy) การตรวจ CT Scan การทดสอบเบ่งลูกโป่ง

 

 

ท้องผูกเรื้อรัง

 

 

วิธีรักษาอาการท้องผูกเรื้อรัง

  • การปรับเปลี่ยนอาหารที่รับประทาน: รับประทานอาหารกลุ่มผัก ผลไม้ ธัญพืชหรือกลุ่มผลิตภัณฑ์นม เช่น โยเกิร์ต ร่วมกับดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวันก็ล้วนช่วยลดโอกาสเกิดอุจจาระแข็ง
  • การรักษาด้วยยา:  แพทย์จะใช้รักษาตามอาการ เช่น ยาเพิ่มปริมาณอุจจาระ  ยาระบายเพิ่มน้ำในลำไส้ ยากระตุ้นการทำงานของลำไส้
  • การฝึกเบ่ง: ควบคุมหน้าท้อง กะบังลมและกล้ามเนื้อหูรูดให้สอดรับเป็นจังหวะ
  • การผ่าตัด: กรณีที่แพทย์ตรวจวินิจฉัยอาการแบบเชิงลึกและพบว่าผู้ป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ การส่องกล้องเพื่อตัดชิ้นเนื้อในลำไส้ก็เป็นวิธีใช้วินิจฉัยเพิ่มเพื่อใช้ผ่าตัดลำไส้ใหญ่ต่อไป

 

 

 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
 แผนกโรคทางเดินอาหาร ชั้น 1
Email:
information@ram2-hosp.com
Line Official: @ram2
โทร: 02-032-3888, 095-771-9739

 


แนะนำแพทย์แผนกโรคทางเดินอาหาร

 

 


แพ็กเกจที่แนะนำ

 

 

 


 

 

ปรึกษาปัญหาสุขภาพ

ดูเส้นทางมาโรงพยาบาลรามคำแหง 2